ข่าวสาร
 
งานสำนักพิมพ์พบนักแปล ครั้งที่ 1 วันที่ 10/01/2557


(รับจำนวนจำกัด ถ้าเต็มแล้ว ขอใส่ชื่อไว้งานครั้งที่ 2 ค่ะ)

สวัสดีค่ะล่ามและนักแปลทุกท่าน"ประชาสัมพันธ์งานสำนักพิมพ์พบนักแปล ครั้งที่ 1"

 

**อบรมฟรี**

 

- สอบถามและยืนยันเข้าร่วมที่ “อลีน เฉลิมชัยกิจ”

ผู้จัดการสำนักพิมพ์สุขภาพใจและในเครือ

086-666-2081

aleench@gmail.com


- ปิดรับผู้เข้าร่วมเมื่อครบ 25 ท่าน ขณะนี้มีที่นั่งอีก 9 ท่านค่ะ

- วันเวลาสถานที่: วันที่ 11 มค. 57 เวลา 13.00-15.00 น.

ที่สนพ.สุขภาพใจ มีอาหารว่างอร่อยๆ รับรอง
 

วัตถุประสงค์:

1. ให้นักแปลเข้าใจอาชีพนักแปล

2. เข้าใจกระบวนการทำงานกับสนพ.

3. อบรมความรู้ทางภาษาและการทำงานของนักแปลที่ดี

4. สร้างเครือข่ายเพื่อนในสาขานี้เพิ่ม

5. ค่าแปล

6. ดูต้นฉบับแนวที่สนใจ และมาดูใจกันว่ามีงานที่ทำร่วมกันได้หรือไม่ สนใจร่วมสนพ.สุขภาพใจหรือไม่ อย่างไร

 

ผู้เข้าร่วม: ผู้สนใจเป็นนักแปลหรือเป็นนักแปลอยู่แล้ว ทุกภาษา และคิดว่าเริ่มทำงานแปลได้ภายในกลางปีนี้ 

 

วิทยากร: อ.ผ่อนศรี ลือพร้อมชัย (นามปากกา วัชรวิชญ์) บรรณาธิการต้นฉบับแปลและนักแปลอาวุโส คร่ำหวอดในวงการแปลมานาน อาจารย์สอนนักแปลที่สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย

 

เนื้อหาอบรม: เทคนิคลัดสั้นเพื่อเพิ่มคลังคำ เทคนิคแปลให้กระชับ เทคนิคเลือกคำที่เหมาะสม เทคนิคแปลให้ได้รสคำ รสความเป็นเลิศ สื่อสารถึงใจคนอ่าน เข้าใจง่ายและงาม

 

การเดินทาง:

ถ้ามาจากในเมือง ขึ้นทางด่วนข้ามสะพานพระราม 9 มาลงป้ายสมุทรสาคร ขับไปอีก 5 กิโล เจอทางออกทางขนานซ้ายมือ ออกไปเพื่อยูเทิร์นหน้าบิ๊กซี ตรงข้ามเซ็นทรัลพระราม 2 มาขับมาประมาณ 2 กิโล จะเจอ ซ.พระราม 2 (38) (ซอยอยู่ตรงข้ามรพ.บางมด) เลี้ยวเข้าซอยมา 200 เมตร สนพ.อยู่ขวามือเป็นตึกแถว 3 ห้องประตูกระจกใส มองเข้ามาตึกห้องแรกจะเห็นหนังสือชัดเจน ไม่มีป้ายยื่นออกมา ต้องมาถึงหน้าออฟฟิศจึงจะเห็นค่ะ

 


ข้อความด้านล่างนี้ คัดจากบทความในไฟล์พีดีเอฟที่แนบมาด้วยค่ะ บทความหัวข้อ "หนังสือแปลที่ดีต้องยาวเท่าต้นฉบับ" โดย พี่ผ่องของพวกเรา (ผ่องศรี ลือพร้อมชัย) เขียนเมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
เป็นบทความที่พี่ผ่องเผยแพร่เป็นสาธารณประโยชน์ ทุกท่านอ่านแล้วจะทราบได้ว่า สนใจมาเข้าอบรมเพิ่มเติมหรือไม่ค่ะ (ขออภัยที่สระบางตัว วรรคตอน ย่อหน้า และตัดตก มีที่ผิดไปจากต้นฉบับเพราะก็อปปี้จากไฟล์พีดีเอฟค่ะ)

 

 

....พยายาม มักแปลจาก try to do (something) ซึ่งเป็นวลีติดปากฝรั่ง แต่คนไทยไม่จำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะ try to think, try to understand ที่มักแปลกันตรง ๆ ว่า พยายามคิด พยายามเข้าใจ เพราะกิริยานี้ของไทยเห็นความพยายามอยู่ในนั้นแล้ว เช่น ขบคิด ครุ่นคิด คิดหา คิดอ่าน ใคร่ครวญ ตรึกตรอง นึกทบทวน พิเคราะห์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี พยายาม...อื่น ๆ อีกที่พอจะเปลี่ยนเป็นคำไทยได้ เช่น

พยายามกลั้นน้าตา -> ฝืนกลั้นน้าตา กล้ากลืนน้าตา

พยายามลุกขึ้น -> แข็งใจลุกขึ้น

พยายามไม่สนใจ -> ทำเป็นไม่สนใจ แสร้งไม่สนใจ เมิน

พยายามจัดลำดับความคิด -> เรียบเรียงความคิด

พยายามนึกถึง (เรื่องที่เกิดขึ้น) -> นึกทบทวน 

พยายามเหนี่ยวรั้ง -> หาทางเหนี่ยวรั้ง 

พยายามทาตัวเป็นผู้ใหญ่ -> วางท่าเป็นผู้ใหญ่ 

พยายามยั่วโมโห -> แกล้งยั่วโมโห 

พยายามซุกซ่อนความเจ็บช้ำ -> สะกดกลั้นความเจ็บช้า 

พยายามปัดไปจากความคิด -> หักห้ามใจไม่นึกถึง 

พยายามนอนให้หลับ -> ข่มตานอน 

พยายามพูดให้เชื่อ -> เกลี้ยกล่อม หว่านล้อม โน้มน้าว 

พยายามรักษาสีหน้าเป็นปกติ -> ตีหน้าซื่อ ปั้นหน้าเรียบเฉย 

พยายามบอกตัวเอง -> เตือนใจ ปลอบใจ 

พยายามอย่างหนัก -> ดิ้นรน 

พยายามทำอย่างเต็มที่ -> ทุ่มเท 


ทำให้ มักให้ภาพไม่ชัดเจนว่าทอะไรกันแน่ จึงส่งผลเช่นนั้น สร้างความลำบากแก่ผู้อ่าน และยิ่งถ้าใช้คานี้มาก ๆ ผู้แปลอาจถูกมองว่าคิดคำไม่ออก (ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ) เช่น ทำให้เกิดเรื่อง ก่อเรื่อง ทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด (อย่าง) เบามือ (เดิน) ย่อง ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต คร่าชีวิต ทำให้เกิดความสนใจ กระตุ้น/เรียกความสนใจ ทำให้เกิดความอยาก ยั่วใจ ทำให้เกิดร่องรอย ทิ้งร่องรอย ทำให้เชื่อ กล่อม โน้มน้าว ฯลฯ ทำให้เรื่องจบ ปิดฉาก ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำ...พัง ทำให้โมโห ยั่วโทสะ ทำให้ได้รับความไว้วางใจ ชนะใจ ทำให้กลัว ขู่ขวัญ ข่มขวัญ ทำให้...หวาดกลัวกันไปหมด ขู่ขวัญ...กระเจิง ทำให้กาลังใจถดถอย บั่นทอนจิตใจ ทำให้ขัดเคือง ขัดใจ ทำให้คัน ระคาย ทำให้งง ทำให้ผิดใจกัน ปั่นหัว ทำให้ฉุกคิด สะกิดใจทำให้ช้าลง ชะลอ ทำให้ตื่น/ฟื้น ปลุก ทำให้พ่ายแพ้ สยบ พิชิต ทำให้มองไม่เห็น บดบัง ทำให้มีแรง กระตุ้น ทำให้มีชื่อเสียง สร้างชื่อ ทำให้รู้สึกแย่ลง ซ้ำเติม ตอกย้ำ ทำให้สงบใจ ปลอบ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แก้ไขสถานการณ์ ทำให้หงุดหงิด/รำคาญ กวนใจ ทำให้อีกฝ่ายดูด้อยกว่า ข่ม 
รู้สึก ตัดได้เป็นส่วนใหญ่ อย่างรู้สึกหวาดกลัว รู้สึกดีใจ เพราะหวาดกลัว ดีใจ เป็นคำกริยา ไม่ต้องใช้คำซ้อนให้เยิ่นเย้อ คำภาษาอังกฤษเหล่านี้มักเป็นคำคุณศัพท์ จึงต้องใช้กริยา feel ช่วย แต่หากตัดแล้วทอนความ หรือให้ความไม่ชัด ก็ไม่ต้องตัด คำที่ต้องคงคำว่า รู้สึก ก็เช่น รู้สึกยังไง รู้สึกแย่ รู้สึกผิด รู้สึกยาก รู้สึกง่าย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีคำที่ควรเปลี่ยน เช่น รู้สึกได้ถึงอาการ รับรู้อาการ รู้สึกครึ้ม ๆ เคลิบเคลิ้ม รู้สึกร้อนและหนาวไปพร้อม ๆ กัน ครั่นเนื้อครั่นตัว สะบัดร้อนสะบัดหนาว รู้สึกช็อก ตกใจ ประหลาดใจ ตะลึง รู้สึกอะดรีนาลีนสูบฉีด ใจเต้นเร็วแรง ใจเต้นระทึก รู้สึกอดทนไม่ไหวที่ต้องรอ อดใจรอไม่ไหว รู้สึกเย็นวูบขึ้นในท้อง เสียวไส้ รู้สึกอับอายต่อตัวเอง นึกละอายใจ

 


ปรับแต่งรูปประโยค รูปประโยคภาษาไทยต่างจากภาษาอังกฤษ เช่น He got up and walked to the door and open it. เขาลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่ประตู และเปิดมัน การแปลเช่นนี้เป็นการแปลโดยรักษารูปประโยคภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่เหมาะสม แก้เป็นรูปประโยคภาษาไทยได้ว่า เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ฉบับแปลก็จะสั้นกว่าต้นฉบับไปหลายตัวอักษรโดยไม่เสียความเลยอีกตัวอย่างหนึ่งที่รูปประโยคคล้ายกันคือ He got up and went inside the house and washed the coffee cups. นักแปลมักแปลว่า เขาลุกขึ้นยืน เข้าไปในบ้าน แล้วล้างถ้วยกาแฟควรแก้เป็นรูปประโยคภาษาไทยว่า เขาลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไปล้างถ้วยกาแฟ (ส่วนจะใส่ หลายใบ หรือไม่ ให้ดูบริบทว่าจาเป็นต้องเอ่ยถึงไหม ถ้วยกาแฟเป็นปริศนาฆาตกรรมอะไรหรือไม่ หากไม่ ก็ไม่จาเป็นต้องแปลรูปพหูพจน์ทุกครั้ง) ปรับเปลี่ยนคำแสดงกิริยาอาการ ให้คนไทยอ่านเข้าใจถูกต้องตรงกัน อ่านแล้วเข้าใจทันทีว่า ตัวละครทำท่าอย่างไร เช่น เขาถูเปลือกตา เขาขยี้ตา เอียงศีรษะไปข้างหนึ่ง ศีรษะแกว่งไปด้านหนึ่งเล็กน้อย เอียงคอ ทำหน้าไม่ยินดียินร้าย ตีหน้าตาย สีหน้าอันยากจะเข้าใจได้ หน้าตาย หน้าซีดจนขาว สีสันบนใบหน้าของเขาปลาสนาการไปสิ้น หน้าถอดสี ยิ้มโดยไม่ตั้งใจ เผลอยิ้ม ถอนหายใจออกมาอย่างแรง ถอนหายใจหนักหน่วง ถอนหายใจดัง ๆ ถอนใจใหญ่ เขามองกลับไปยัง เขามองข้ามไหล่ตนเอง เขาเหลียวมอง วางมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ แตะไหล่ วางมือลงบนมือเธอ กุมมือ แตะมือ วางมือลงไปบนพื้น แตะพื้น ยกมือขึ้นเป็นเชิงเตือน ยกมือปราม ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามพูด ยกมือปราม  สอดแขนของเธอเข้ากับแขนของเขา ควงแขน คล้องแขน จับแขนอย่างรุนแรง บีบแขน แขนขารู้สึกหนัก แขนขาปวกเปียก อ่อนแรง เดินกระสับกระส่ายหมุนไปหมุนมา เดินพล่าน ลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ลุกพรวด พูดอะไรอู้อี้อยู่ในคอสักอย่าง พูดงึมงา มีอะไรบางอย่างในน้ำเสียง น้ำเสียงแฝงนัย 

 

 

ยังมีรายละเอียดอื่นอีกมาก อย่างการใช้คำเหมาะสม เช่น แทนที่จะบรรยายว่าเขาโกรธ โกรธมาก โกรธเหลือเกิน โกรธที่สุด ก็เปลี่ยนเป็น โกรธ/โมโห โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บันดาลโทสะ เดือดดาล ฯลฯ คำว่ากลัวก็ไม่ได้มีแค่กลัว กลัวมาก กลัวที่สุด แต่มีอีกมากมายหลายคำ สำหรับเลือกใช้ให้เหมาะกับบริบท ดูได้ใน หนังสือคลังคำ หน้า ๖๓ –๖๕ เมื่อตัดคำซ้ำซาก ฟุ่มเฟือย เยิ่นเย้อ การใช้ข้อความอธิบายแทนคำศัพท์ไปเกือบหมดแล้ว บทแปลก็จะสั้น ทว่าได้ความตามที่ผู้เขียนต้องการบอกให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกัน อ่านเข้าใจง่าย จากนั้นบรรณาธิการจะแต่งรสคำ ปรับแต่ง แก้คำที่นักแปลใช้ผิดความหมาย ใช้คำที่ไพเราะเหมาะกับเนื้อหา ให้หนังสือแปลกลายเป็นสาวซื่อแต่สวยได้ไม่ยากเกิน รายงานฉบับนี้มิได้จะบอกว่า คำต่าง ๆ ที่ยกมาไม่ควรใช้ในงานแปลแนวบันเทิงคดี นักแปลและบรรณาธิการควรเลือกใช้ตามบริบท ตามความเหมาะสม เพราะบางที่ บางตอน บางจังหวะเวลาในเนื้อเรื่อง ก็ยังต้องการคาเหล่านี้บางส่วน แต่ไม่ใช่ทุกส่วน ดังนั้น หากตรวจแก้ ขัดเกลาดีแล้ว ต้นฉบับแปลย่อมยาวเท่า หรือสั้นกว่าต้นฉบับเขียนโดยไม่เสียความ และอ่านสนุกด้วย เมื่อประหยัดกระดาษสำหรับความยืดยาด เยิ่นเย้อ สามสิบเปอร์เซนต์นี้ไปได้ โลกก็จะร้อนช้าลงอีกเล็กน้อย

 

 

(เนื้อหาบางส่วนมาจากงานเขียนของครูหนอนฯ (คุณสถาพร ฉันท์ประสูตร)

ผู้รายงานนำมาใช้โดยขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว)

 

 

-----ด้วยมิตรไมตรีจิตอลีน สนพ.สุขภาพใจและสนพ.ในเครือ


 

แบ่งปันให้เพื่อน | Share to your friends

โปรโมชั่น